ตอนที่ 3
งานเข้าแล้วดินสอเอ๊ย [ส่วนของดินสอ]
แสงแดดอุ่นที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาอย่างพอดี กลิ่นหอมเฉพาะตัวของกระดาษจากหนังสือที่ซ่อนตัวอยู่บนชั้นเรียงราย ถ้าตังใจฟังดีๆจะได้ยินเสียงกรีดพลิกกระดาษเบาๆอย่างเป็นจังหวะ อา ผมชอบบรรยากาศ
อย่างนี้จัง
ดีจริงที่ตัดสินใจเรียนมัธยมที่โรงเรียนนี้ ผมตกหลุมรักห้องสมุดของโรงเรียนตั้งแต่วันแรกที่เข้าเรียนและแทบไม่รีรอเลยที่จะสมัครเข้าชมรมบรรณารักษณ์ และตอนนี้ผมก็ได้เป็นหัวหน้าชมรมอีกด้วย
“คืนหนังสือค่ะ” น้ำเสียงกับหนังสือที่ยื่นมาทำให้ผมหลุดจากผวัง
“ครับ “ ผมรับหนังสือมาพร้อมกับยิ้มหล่อกระชากใจไปทีนึง
การทำหน้าที่เป็นบรรณารักษณ์ถือว่าเป็นกิจกรรมชมรมอย่างหนึ่งและผมก็ชอบมันด้วยสิ
ก็ในนี้ผมสามารถอ่านหนังสือเล่มไหนก็ได้โดยที่ไม่มีใครมาบังคับ ถ้าเป็นไปได้อยากนั่งอยู่ในนี้มันทั้งวันเลย แต่ก็นะ มันเป็นไปไม่ได้ผมได้อยู่ในนี้แค่ช่วงพักเที่ยงกับหลังเลิกเรียน 2 ชั่วโมงเท่านั้น
ผมทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ บ้างก็รับยืมหนังสือบ้างก็คืนแต่ก็ไม่มากนักเพราะเด็กโรงเรียนนี้ไม่ค่อยอ่านหนังสืoกัน พูดถึงตรงนี้แล้วหงุดหงิด ทั้งๆที่มีหนังสือดีๆอยู่ตั้งมากมาย มัวเอาเวลาไปทำอะไรกันก็ไม่รู้ แย่จริง!
ผมเหลือบมองนาฬิกาบนฝาผนัง มันบอกเวลา 12.50 น. เหลืออีก 10 นาทีผมก็ต้องคือหน้าที่ให้อ.สุพาพิศซึ่งท่านเป็นเจ้าหน้าที่บรรณารักษณ์ตัวจริง ผมจัดแจงเก็บหนังสือเล่มโปรดที่หนีบมาอ่านในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ลงกระเป๋านักเรียน จัดกองหนังสือที่รับคืนมาช่วงพักทั้งหมดให้เรียบร้อย แค่นี้งานของผมก็สมบูรณ์แบบ ผมเตรียมจะอาปากลาอ.สุพาพิศ แต่แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
“ โครม !!!!!! ” ผมจำกลิ่นรองเท้าเน่าๆได้! นั่นมันไอ่รุ่นพี่หมีควายนี่หว่า! ผมตรงเข้าไปสำรวจความเสียหายทันที ไอ่รุ่นพี่บ้ามันยืนทำหน้าโง่ๆอยู่ท่ามกลางชั้นหนังสือที่ผมภูมิใจในความ
เป็นระเบียบเรียบร้อย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว! ชั้นหนังสือใบโต 3 – 4
ชั้นล้มระเนระนาด หนังสือเทกระจาดลงมากองกระจายอยู่บนพื้น
สาธุ!ขออย่าให้มีเล่มไหนบาดเจ็บเลยน้า
“ นี่นาย! ทำบ้าอะไรเนี่ย ” ผมแหวออกไป มีครั้งไหนบ้างมั้ยเนี่ยที่ผมเจอไอ่หมีควายตัวนี้โดยปราศจากความซวย
“ เจอตัวซักที ไอ่เด็กแสบ! ” เชี่ย !!!! ถามอย่างตอบอย่าง อ่อ ลืมไปหมีควายคงจะไม่ค่อยเข้าใจภาษาคน
“ ผมถามรุ่นพี่ว่าทำอะไรครับ ชั้นหนังสือถึงได้chip หายแบบนี้ ” ผมรีพีทแบบสุดจะทน แต่ก็มิได้นำพามันปรายตามองชั้นหนังสือที่ระเนระนาดด้วยฝีมือมันแป๊บนึงแล้วหันกลับมา
“ ไม่รู้ดิ เปิดประตูเดินเข้ามาก็ชนเลย ไม่รู้ว่าเป็นอะไรด้วยซ้ำ วางเกะกะชมัด ” ปรี๊ดแล้วปรี๊ดอีกแล้วฟังคำตอบไอ่รุ่นพี่ไร้สมองแล้วรู้สึกลมปราณตีกลับ -*-
“โถ ไอ่ควาย สงสัยมีลูกตามาประดับข้างจมูกอย่างเดียว
ชั้นหนังสือตั้งเบ้อเร่อ เมิงมองไม่เห็น
ไม่ทราบว่าคลำทางมาจากบ้านยังไงเนี่ย ไอ้โคอาร่าสายตาสั้น ”
ขอดินสอด่าหน่อยเหอะ
“ชนแล้วก็ต้องรับผิดชอบ เก็บเดี๋ยวนี้เลยนะ” ผมสั่งต่อ
“ห๊ะ?” มันทำหน้าโคอาร่ามึนครับพี่น้อง
“ ทำให้เหมือนเดิมไงไอ่หมีควายสายตาสั้น ”
“ ยังไง? ” หลังจากทำหน้าโคอาร่ามึนแล้วมันก็ต่อด้วยโคอาร่าแบ๊ว จะเป็นอะไรมั้ยถ้าวันนี้ผมจะเอาดิกฯฉบับราชบัณฑิณฯฟาดหัวรุ่นพี่โง่ๆคนหนึ่งให้หายไปจากโลก
ก่อนที่ผมจะอดไม่ได้ไปคว้าดิกมาจริงๆอ.สุพาพิศก็เดินเข้ามา ผมคิดว่าไอ่หมีควายคงจะโดนมิใช่น้อย แต่ไหงออกมาเป็นว่า
“ ขอโทษครับอ.ผมไม่ได้ตั้งใจ ” ไอ่หมีควายขอโทษด้วยท่าทีสุภาพสุดฤทธิ์แล้วไอ่ท่าทีกวนตีนเมื่อกี้มัน อาร๊าย อารัย อ.ครับไอ่นี่มันตอแหลอ่า
“ ไม่เป็นไร จ้า จัดการให้เรียบร้อยเหมือนเดิมก็พอ แล้วดินสอเธอก็ต้องช่วยรุ่นพี่เค้าจัดด้วยนะเดี๋ยวดิวอี้จะเป็นดิวมั่ว 55+ แต่เอจะขึ้นเรียนแล้วนิ เอาเป็นว่าแค่ยกชั้นหนังสือขึ้นเอาหนังสือซ้อนๆขึ้นชั้นเลี่ยงทางไปก่อนล่ะกัน เดี๋ยวหลังเลิกเรียนค่อยมาจัด ” อ.พูดเองเออเองเสร็จแล้งก็เดินจากไป ทิ้งให้ไอ่ดินสอยืนอ้าปากค้าง ผมยังไม่ได้ตกลงเลยนะครับอาจารย์!
ผมยืนปั้นหน้าไม่ถูกอยู่นาน จนไอ่หมีควายเริ่มยกชั้นหนังสือ
“ เฮ้ย จะอึ้งอีกนานมั้ย มาช่วยกันยกดิ หนักชิบอ๋าย” มันโอดครวญทั้งๆที่หุ่นมันก็ล่ำยังกะคนแบกข้าวสารดูมันจะมีความสุขที่ผมทำหน้าเหวอๆ ดูสิมีแอบหัวเรอะด้วย ไอ่...
ความที่ไม่อยากเข้าเรียนสายผมก็ต้องรีบเข้าไปช่วยยก โหยหนักจริงๆด้วยขนาดชั้นเปล่านะเนี่ย ไม่รู้ว่าไอ่หมีควายมันชนล้มได้ไง -*-
“ เฮ้ย ออกแรงหน่อยดิ เหมือนพี่ยกอยู่คนเดียวเลยเนี่ย ” มันบ่นครับ ที่จริงเป็นหน้าที่มันแท้ๆแต่ดันมาบ่นใส่ผมที่อุตส่าห์ช่วย
“ แต่ก็นะ หุ่นขี้ก้างยั่งนี้ วันๆคงจะแทะหนังสือเป็นอาหาร เลยไม่ค่อยมีแรง” มันเยาะเย้ยผมครับ มันว่าหุ่นกระชากใจสาวขี้ก้าง! มันจะมากไปแล้ว แถมยังสายตานั่นอีก มันจะมองสำรวจร่างกายผมทำไมเนี่ย
“ สุดแรงแล้วโว้ย ใครจะถึกไถนาเก่งเหมือนพี่ล่ะ” ที่จริงด่าไปก็ไม่เจ็บ เพราะเริ่มรู้สึกแล้วว่าไอ่รุ่นพี่หมีควายมันเริ่มมีภูมิคุ้มกันปากผมแล้ว เออ คิดวิธีแก้เผ็ดได้แล้ว 555+ อัจฉริยะจริงๆเลยเรา
ทำยังไงน่ะหรอก็ ในตอนที่ยกชั้นหนังสือหลังสุดท้ายขึ้นผมแกล้งเหยียบเท้าไอ่หมีควายลงไปแรงๆ มือก็ปล่อยชั้นหนังสือที่ช่วยมันประคองอยู่ ได้ผลครับ นอกจากจะเจ็บจากแรงเหยียบแล้วชั้นหนังสือหนักๆ
ยังทับซ้ำลงไปด้วย ทีนี้ล่ะร้องเป็นควายถูกเชือดเลย รู้สึกว่าจะเสียงดังกว่าชั้นหนังสือล้มอีกนะเนี่ย อิอิ สมน้ำหน้า!
“ โอ๊ยๆ หักแล้วๆ ” โห แอ๊คติ้งยอดเยี่ยมครับพี่น้อง มันทรุดลงไปเอามือกุมเท้าร้องโอดครวญ ถ้าดิ้นได้มันคงดิ้นไปแล้ว
“ อะไร! อะไรกัน” อ.สุพาพิศที่รักครับวิ่งกระหืดกระหอบมาเชียว
“ ไม่มีอะไรครับอ.แค่ชั้นหนังสือทับเท้านิดหน่อย พอดีคนแถวนี้มันใจเสาะก็เลยร้องดังไปนิด ” ผมยักไหล่ตอบอ.
“ โอ๊ย! เจ็บ อ.ครับพาผมไปโรงพยาบาลที ” ไอ่หมีควายยังโอดไม่เลิก มันชักจะแสดงดีเกินไปหน่อยแล้ว ผมเริ่มสังเกตเห็นเหงื่อมันแตกพลั่กแล้วหน้าก็เริ่มซีดๆ เฮ้ย ไอ่บ้าอย่ามาแกล้งนะโว้ยใจไม่ดี
และแล้วผมก็ต้องตามอ.สุภาพิศมาโรงพยาบาล ก็มาส่งไอ่บ้าถูกชั้นทับนั่นแหล่ะครับ กว่าจะมาถึงโรงพยาบาลเท้ามันบวมเป่งเลย งานเข้าแล้วไอ่ดินสอ
“ กระดูกแตกน่ะครับ ต้องเข้าเฝือกสักระยะ ยังไงก็พักฟื้นที่นี่ซักคืน ” ง่ะ -*- ไม่จริงหมอโกหก หนักขนาดนั้นเลยหรอ ผมแค่จะแกล้งเบาะๆเองนะ งานใหญ่แล้วพี่น้อง
อ.สุพาพิศออกไปโทรศัพท์บอกผู้ปกครองไอ่หมีควาย ผมก็ย่องๆเข้าไปในห้องคนป่วยกระดูกแตกมันนอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียง เออตอนหลับก็ดูดีเหมือนกันนี่หว่า เพราะความสูงหรือไงไม่รู้ผมถึงสังเกตหน้าตาคนตรงหน้าได้ไม่ชัดเท่าที่ควร ตาเรียว คิ้วเข้ม จมูกโด่งน่างับ (-*- เฮ้ย) ปากบางแต่ก็อิ่มสมชาย ทรงผมที่ซอยสั้นดูรับกับหน้าคมๆ รวมทั้งผิวสีแทนยิ่งขับให้คนตรงหน้าดูดีอย่างร้ายกาจ อิจฉาโว้ย เอ๊ยไม่ใช่ มันหล่อผมยอมรับก็ได้ แต่ยังไงซะก็หล่อน้อยกว่าผมนิดนึงอ่ะนะ
ดูท่าผมจะสำรวจมันมากไปหน่อย จนไม่ร้ว่าคนป่วยตื่นขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่
“ โอยเจ็บๆ ” มันค่ยๆยันตัวขึ้นมาอย่างทุลักทุเล ผมไม่ช่วยหรอกก็ตกใจแทบแย่ที่ตาคู่นั้นอยู่ๆก็เปิดขึ้นมาทั้งๆที่หน้าผมอยู่ห่างจากตาคู่นั้นๆไม่ถึงคืบ (สำรวจได้ถึงลูกถึงคนมากเจ๊ขอยกนิ้ว อิอิ)
“ ไอ่เด็กแสบ นายจะทำอะไรชั้นอีก ชั้นกระดูกแตกยังไม่พอใจอีกเราะ ” ชิ เปิดปากมาก็กวนเลยใครอยากจะทำอะไรเมิงอ่ะ
“ ป่ะ ป่าว ชั้นก็แค่ดูว่านายตายหรือยังก็แค่นั้น” โว้ย แล้วทำไมผมต้องตะกุกตะกักด้วยเนี่ย แล้วใจก็เต้นตึกตั๊กแปลกๆอีก ตอบเสร็จผมก็ก้มหน้างุด แปลกใจที่ผมไม่อยากจะสบสายตาที่จ้องมาจากคนตรงหน้า
“ นายต้องรับผิดชอบ ” ห๊ะ อะไรนะด้วยความที่ไม่เชื่อหูผมจึงรีบเงยหน้าขึ้มามองเจ้าของเสียงคนป่วยบนเตียงถ้าผมดูไม่ผิดเขามีสายตาเจ้าเล่ห์อย่างไงชอบกล
“ อะไรนะ นายว่าอะไร”
“ ก็ชั้นเป็นอย่างงี้ แล้วฉันจะมาโรงเรียนยังไง จะเดินไปกินข้าวยัง แล้วจะอาบน้ำยังไงล่ะ ” ไอ่หมีควายอธิบายพร้อมกับชี้เฝือกให้ผมดูประกอบ เออกุรู้แล้ว่าเมิงง่อยจริงๆ -*-
“ ไม่!! ” ผมปฏิเสธทันควัน ก็แหงล่ะผมรู้ไอ่หมีควายมันต้องแก้แค้นโดยการแกล้งผมสารพัดแน่ๆ ก็ตั้งแต่คดีร้องเท้าฟาดหน้านั่นความแค้นสะสมมันน้อยอยู่เมื่อไหร่
“ เอ จะเป็นยังไงน้า ถ้าฉันบอกอาจารย์ว่าไอ่ที่บาดเจ็บนี่เป็นเพราะฝีมือเด็กนักเรียนดีเด่นของโรงเรียน ” มันขู่ผมด้วยสีหน้ายียวน
ผมเริ่มกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ถ้ามันทำอย่างที่มันพูดจริงๆประวัติดีๆที่ผมสะสมมาป่นปี้แน่ๆ
“ ก็ได้ นายจะให้ชั้นทำอะไร ” หลังจากที่ผมคิดหาทางออกแปดพันตลบแล้วค้นพบว่ามันไม่มีผมก็ต้องยอมมัน
“ ก็ไม่มีอะไรมาก นายแค่ต้องไปรับและไปส่งฉันที่บ้านทุกวัน ตอนอยู่โรงเรียนก็ต้องคอยรับใช้ชั้นก็แค่นั้น ว่าไง ง่ายๆใช่ม่ะ ” ง่ายเตี่ยเอ็งนะสิ แสดงว่าผมต้องเกาะติดกับไอ่หมีควายนรกนี้ทั้งวัน นรกชัดๆ
จบสิ้นกันแล้วชีวิตผม TT w TT
ตัดฉับ จบตอน
สงสารหนูดินสอตอนหน้าจะโดนโขกสับยังไงบ้างก็ไม่รู้
แล้วจะรีบมาต่อนะคะ ตอนหน้าขอเชิญพบกับจำเลยรักฉบับซินเดอร์เรล่าหมีควาย ^ ^